รวมสถิติสุดยอดฉลองวันเกิดเมสซี่อายุครบ30ปี

สมัครเล่น ฮอลิเดย์ ลิโอเนล เมสซี่ กองหน้าซูเปอร์สตาร์ บาร์เซโลน่า ยักษ์ใหญ่แห่งศึก ลา ลีกา สเปน ฉลองวันเกิดอายุครบ 30 ปีเต็มเป็นที่เรียบร้อยในวันเสาร์ที่ 24 มิถุนายน และตลอดชีวิตค้าแข้งเจ้าตัวก็ได้ทำสถิติเอาไว้มากมาย โดยมีตัวเลขที่นิตยสาร “โฟร์โฟร์ทู” รวบรวมไว้น่าสนใจดังนี้

เส้นทางอายุตั้งแต่เริ่มต้นเล่นให้ บาร์ซ่า
17 ปี – ลงเล่นให้ บาร์เซโลน่า นัดแรก, ทำประตูแรกให้ทีม, คว้าแชมป์ ลา ลีกา ครั้งแรกกับทีม
18 – เล่นให้ทีมชาติอาร์เจนตินาครั้งแรก, แชมป์ ลา ลีกา สมัยสอง, แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ครั้งแรก
19 – แฮตทริกแรกในเกม เอล กลาซิโก้ เสมอ เรอัล มาดริด 3-3
20 – พบกับฤดูกาลน่าผิดหวังได้อันดับ 3 ลา ลีกา
21 – แชมป์ ลา ลีกา สมัย 3, แชมเปี้ยนส์ ลีก สมัย 2 และ โกปา เดล เรย์ ครั้งแรก
22 – แชมป์ ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ ครั้งแรก, แชมป์สโมสรโลกครั้งแรก, แชมป์ ลา ลีกา สมัย 4, ยิงประตูที่ 100 ให้ บาร์ซ่า, บัลลง ดอร์ สมัยแรก
23 – แชมป์ ลา ลีกา สมัย 5, แชมเปี้ยนส์ ลีก สมัย 3, บัลลง ดอร์ สมัย 2
24 – ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ สมัย 2, สโมสรโลกสมัย 2, โกปา เดล เรย์ สมัย 2, ยิงประตูที่ 200 ให้ บาร์ซ่า, บัลลง ดอร์ สมัย 3
25 – ลา ลีกา สมัย 6, ยิงประตูที่ 300 ให้ บาร์ซ่า, บัลลง ดอร์ สมัย 4
26 – ยิงประตูให้ บาร์ซ่า มากสุดตลอดกาล
27 – ลา ลีกา สมัย 7, แชมเปี้ยนส์ ลีก สมัย 4, โกปา เดล เรย์ สมัย 3, ยิงประตูที่ 400 ให้ บาร์ซ่า
28 – ลา ลีกา สมัย 8, โกปา เดล เรย์ สมัย 4, ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ สมัย 3, สโมสรโลกสมัย 3, ยิงประตูให้ทีมชาติอาร์เจนตินา

มากสุดตลอดกาล, บัลลง ดอร์ สมัย 5
29 – โกปา เดล เรย์ สมัย 5, ยิงประตูที่ 500 ให้ บาร์ซ่า

สถิติอื่นๆ ที่น่าสนใจ
– ดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของ บาร์ซ่า ที่ 507 ประตู
– ดาวซัลโว ลา ลีกา ตลอดกาล ที่ 349 ประตู (คริสเตียโน่ โรนัลโด้ 285 ประตู)
– เมสซี่ ยิงประตูในเกม เอล กลาซิโก้ มากสุด (23 ประตู)
– ทำ 50 ประตูใน ลา ลีกา ซีซั่น 2011-12 มากสุดในฤดูกาลเดียว
– คว้า บัลลงดอร์ 5 สมัย มากสุดในประวัติศาสตร์

Please visit รวมสถิติสุดยอดฉลองวันเกิดเมสซี่อายุครบ30ปี for related article.

ซูเปอร์คอมทำนายอันดับพรีเมียร์ฯ5นัดแรก

ดูไว้เล่นๆ ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ วิเคราะห์ข้อมูลออกมาแล้วใครจะเป็นทีมนำ พรีเมียร์ลีก 5 นัดแรกของซีซั่นใหม่ รวมถึงทีมไหนจะรั้งบ๊วย และ 3 น้องใหม่จะมีผลงานเป็นอย่างไรบ้าง

ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ ทำนายผลการแข่งขันและอันดับคะแนน หลังจบ 5 นัดแรกของศึก พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2017-18 ออกมาว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ ลิเวอร์พูล จะเป็นจ่าฝูงร่วมกัน โดยมี 13 คะแนน จากชนะ 4 นัด และเสมอ 1 นัดเหมือนกัน

ลีกสูงสุดเมืองผู้ดีจะเริ่มเปิดซีซั่นในวันเสาร์ที่ 12 สิงหาคมนี้ และได้มีการใช้ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ประมวลผลการแข่งขันใน 5 นัดแรก โดยนอกจาก “เรือใบสีฟ้า” และ “หงส์แดง” ที่นำร่วมแล้ว อันดับอื่นๆ มีดังนี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะรั้งอันดับ 3 มี 11 คะแนนจากชนะ 3 เสมอ 2

ขณะที่ เชลซี แชมป์เก่าจะออกสตาร์ต 5 นัดแรกด้วยการรั้งอันดับ 4 มี 10 คะแนน จากชนะ 3 เสมอ 1 แพ้ 1 เหมือนกับ อาร์เซน่อล ด้าน นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ทีมน้องใหม่จะสร้างเซอร์ไพรส์ขึ้นมาอยู่ที่ 6 มี 8 คะแนน จากชนะ 2 เสมอ 2 แพ้ 1 เท่ากับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ และ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน

holiday download ส่วน ฮัดเดิ้ลสฟิลด์ และ ไบรท์ตัน น้องใหม่อีก 2 ทีม จะอยู่ที่ 9 และ 14 มี 7 คะแนน และ 5 คะแนนตามลำดับ ขณะที่ทีมรั้งบ๊วยคือ สโต๊ค ซิตี้ โดยที่มีแค่ 1 คะแนนเท่านั้น

Please visit ซูเปอร์คอมทำนายอันดับพรีเมียร์ฯ5นัดแรก for related post.

เปิดค่าเหนื่อยแข้งหงส์!ซาลาห์เป็นรอง8คน

เปิดค่าเหนื่อยนักเตะ ลิเวอร์พูล ให้เห็นจะๆ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ปีกตัวใหม่ อยู่อันดับที่ 9 หลังได้ 90,000 ปอนด์ ต่อสัปดาห์ ขณะที่ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ รั้งเบอร์ 1 ได้วีกละ 150,000 ปอนด์

สมัครตัวแทนจำหน่ายครีมผิวขาว โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ปีกทีมชาติอียิปต์ เพิ่งย้ายจาก อาแอส โรม่า มาอยู่กับ ลิเวอร์พูล ด้วยค่าตัว 34 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,530 ล้านบาท) ซึ่งอาจจะพุ่งขึ้นถึง 39 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,755 ล้านบาท) หากทำได้ตามเงื่อนไขต่างๆ ที่ระบุเอาไว้ในสัญญา เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 22 มิถุนายน ที่ผ่านมา

ซาลาห์ ได้ค่าเหนื่อย 90,000 ปอนด์ (ประมาณ 4.05 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ ในสัญญา 5 ปี โดยรั้งอยู่แค่อันดับ 9 เท่านั้น ซึ่งคนที่รับค่าจ้างมากสุดในเวลานี้คือ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ เพลย์เมกเกอร์ทีมชาติบราซิล ที่ได้รับสัปดาห์ละ 150,000 (ประมาณ 6.75 ล้านบาท)

ขณะที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมัน ได้รับค่าจ้างอยู่ที่ 221,000 ปอนด์ (ประมาณ 9.94 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์

อันดับนักเตะ ลิเวอร์พูล ที่รับค่าเหนื่อยมากสุด
1. ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ 150,000 ปอนด์ ต่อสัปดาห์
2. โจเอล มาติป 120,000 ปอนด์ ต่อสัปดาห์
2. แดเนียล สเตอร์ริดจ์ 120,000 ปอนด์ ต่อสัปดาห์
2. เจมส์ มิลเนอร์ 120,000 ปอนด์ ต่อสัปดาห์
2. อดัม ลัลลาน่า 120,000 ปอนด์ ต่อสัปดาห์
6. โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ 100,000 ปอนด์ ต่อสัปดาห์
6. เดยัน ลอฟเรน 100,000 ปอนด์ ต่อสัปดาห์
6. จอร์แดน เฮนเดอร์สัน 100,000 ปอนด์ ต่อสัปดาห์
9. โมฮาเหม็ด ซาลาห์ 90,000 ปอนด์ ต่อสัปดาห์
9. ซาดิโอ มาเน่ 90,000 ปอนด์ ต่อสัปดาห์

Read related post at เปิดค่าเหนื่อยแข้งหงส์!ซาลาห์เป็นรอง8คน.

อดีตเอเยนต์เผย เมสซี่ เกือบซบชุดขาวตอนเด็ก

ออราชิโอ้ กาโยลี่ อดีตนายหน้าของ ลิโอเนล เมสซี่ แข้งเทพ บาร์เซโลน่า ระบุ ที่จริงแล้ว เรอัล มาดริด เกือบเป็นสโมสรที่ได้ตัว เมสซี่ ไปร่วมทัพตั้งแต่ตอนเป็นเยาวชน แต่เป็นเพราะตอนนั้นตนเลือกมาอยู่ที่นครบาร์เซโลน่า ก่อน

โอราชิโอ กาโยลี่ อดีตเอเยนต์ของ ลิโอเนล เมสซี่ ยอดกองหน้า บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที ลา ลีกา สเปน เปิดเผยว่า เมสซี่ อาจจะได้ไปอยู่กับ เรอัล มาดริด สโมสรคู่ปรับตลอดกาล ตั้งแต่ตอนที่ยังเป็นเยาวชน ถ้าหากไม่ใช่เพราะตนต้องไปอยู่ที่นครบาร์เซโลน่าด้วยเหตุผลส่วนตัว

เมสซี่ หอบข้าวของบินจาก อาร์เจนตินา มาเข้าอคาเดมี่ของ บาร์เซโลน่า ในปี 2001 ซึ่งเป็นตอนที่เขาเพิ่งมีอายุเพียง 13 ปี ก่อนที่จะทะลุขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ของ “อาซูลกราน่า” ได้ในปี 2004 พร้อมทำผลงานได้อย่างสุดยอด อย่างไรก็ตาม เอเยนต์คนแรกของเจ้าตัวเผยว่า ตอนที่พาดาวเตะชาวอาร์เจนไตน์มาที่สเปนนั้น ตนเคยเกือบที่จะย้ายไปอยู่ในกรุงมาดริด มาแล้ว และถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ตนก็อาจจะพาเขาไปทดสอบฝีเท้ากับ “ราชันชุดขาว” ก็ได้

“ด้วยสถานการณ์ของชีวิตของผมในตอนนั้น ทำให้ผมไปอยู่ที่นครบาร์เซโลน่า ผมเลยพาเขาไปทดสอบฝีเท้ากับ บาร์ซ่า แต่ผมก็เกือบจะย้ายไปอยู่ในกรุงมาดริดเหมือนกัน ถ้ามันเป็นอย่างนั้นแล้วล่ะก็ ผมก็คงพาเขาไปทดสอบฝีเท้ากับ มาดริด แล้ว”

ฮอลิเดย์ เข้าไม่ได้ “ชีวิตมันก็เป็นแบบนี้แหละ มันมีรายละเอียดแบบนี้อยู่ด้วย แน่นอน ถ้ามันเกิดเรื่องแบบนั้นแล้วล่ะก็ ตอนนี้ เมสซี่ ก็คงเป็นนักเตะของ เรอัล มาดริด ไปแล้ว ครอบครัวของผมอยากมาที่ สเปน และอยู่ในเมืองที่ผมจะได้รับความช่วยเหลือเป็นอย่างดี” อดีตเอเยนต์ของ เมสซี่ ระบุ

Please visit อดีตเอเยนต์เผย เมสซี่ เกือบซบชุดขาวตอนเด็ก for more detail.

บาร์ซ่าร่วมวงล่ากัวดราโด้ร่วมทัพ

บาร์เซโลน่า ตกเป็นข่าวร่วมวงล่า ฮวน กัวดราโด้ ปีก ยูเวนตุส หลังนักเตะเป็นเป้าหมายของ อาร์เซน่อล ด้วยเช่นกัน เชื่อ “เจ้าบุญทุ่ม” จะจับสตาร์โคลอมเบียมาเล่นแบ็กขวา เนื่องเป็นตำแหน่งที่ต้องการอยู่ในตอนนี้

“เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึกลา ลีกา สเปน ตกเป็นข่าวว่ากลายเป็นทีมล่าสุดที่แสดงความสนใจคว้าตัว ฮวน กัวดราโด้ ปีกตัวเก่ง “เจ้าม้าลาย” ยูเวนตุส ยอดทีมแห่งอิตาลี มาเสริมทัพในช่วงซัมเมอร์นี้ จากการรายงานเมื่อวันเสาร์ที่ 24 มิถุนายน ที่ผ่านมา

บาร์ซ่า กำลังมองหาแบ็กขวารายใหม่และดาวเตะโคลอมเบียก็เป็นตัวเลือกที่ดี เนื่องจากสามารถเล่นได้ทุกตำแหน่งทางริมเส้นฝั่งขวา แต่เขาก็เพิ่งฝากอนาคตของตัวเองเอาไว้กับ ยูเว่ หลังจากที่ค้าแข้งในตูรินแบบยืมตัวเป็นเวลา 2 ปี ขณะที่ อาร์เซน่อล ยอดทีมจากอังกฤษ ก็ตกเป็นข่าวกับแข้งวัย 29 ปีเช่นกัน

โลชั่นยอดฮิต เมื่อถูกถามถึงเรื่องอนาคตการค้าแข้ง กัวดราโด้ กล่าวว่า “ผมต่อสัญญาใหม่กับ ยูเว่ จนถึงปี 2020 ด้วยความช่วยเหลือของพระเจ้า ผมจะอยู่กับ ยูเวนตุส จนถึงตอนนั้น”

อย่างไรก็ดี บาร์ซ่า ก็เล็งที่จะกระชาก กัวดราโด้ มายังถิ่นคัมป์ นู ในฐานะอีกตัวเลือกหนึ่งนอกเหนือจาก เอคตอร์ เบเยริน เป้าหมายอันดับ 1 ขณะที่ เนลสัน เซเมโด้ ดาวรุ่ง เบนฟิก้า สโมสรแห่งลีกโปรตุเกส ก็มีข่าวกับ “เจ้าบุญทุ่ม” ด้วยเช่นกัน

For related article, please visit บาร์ซ่าร่วมวงล่ากัวดราโด้ร่วมทัพ.

ตัวแทนลากาแซตต์!ลียงล็อคเป้าล่าดิอาซ

โอลิมปิก ลียง สโมสรชื่อดังแห่งลีก เอิง ฝรั่งเศส หวังจะคว้าตัว มาเรียโน่ ดิอาซ ศูนย์หน้าดาวรุ่งของเรอัล มาดริด ตามรายงานข่าวเมื่อวันศุกร์ที่ 23 มิถุนายนที่ผ่านมา

ในช่วงปิดซีซั่น ลียง อาจจะเสีย อเล็กซองด์ ลากาแซตต์ ดาวซัลโวประจำทีมที่มีข่าวกับหลายสโมสร ทำให้บอร์ดบริหารโอแอลต้องมองหากองหน้าฝีเท้าดีเข้ามาแทน

ที่พักอรัญประเทศ และเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 22 มิถุนายน บรูโน่ เชเนซิโอ เทรนเนอร์ลียง และ ฟลอริย็อง โมริซ อดีตกองหน้าทีมชาติฝรั่งเศส ซึ่งมีหน้าที่โดยตรงในการหาสมาชิกใหม่เข้าสังกัด ได้เดินทางไปที่ บาร์เซโลน่า เพื่อเจรจากับ ดิอาซ โดยเวลานี้เขามีสัญญากับ เรอัล มาดริด จนถึงเดือนมิถุนายน 2021

For more post, please visit ตัวแทนลากาแซตต์!ลียงล็อคเป้าล่าดิอาซ.

หมดอนาคต!มูเล็งปลดรูนจากกัปตันหากอยู่ผีต่อ

ท่าทาง เวย์น รูนี่ย์ ดาวยิง แมนฯ ยูไนเต็ด อาจต้องเก็บข้าวของออกจากโรงละครแห่งความฝันช่วงซัมเมอร์นี้เสียแล้ว เมื่อ โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือหน้าเครียด เตรียมถอดเจ้าตัวออกจากการสวมปลอกแขนกัปตันทีมถ้าเลือกอยู่ “ปีศาจแดง” ต่อซีซั่นหน้า

โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เตรียมยึดปลอกแขนกัปตันทีมจาก เวย์น รูนี่ย์ ศูนย์หน้าประสบการณ์สูง ถ้าเจ้าตัวตัดสินใจอยู่ค้าแข้งในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ต่อไปในซีซั่นหน้า จากรายงานของ เดอะ ซัน สื่อดังเมืองผู้ดี เมื่อวันศุกร์ที่ 23 มิถุนายนที่ผ่านมา

หัวหอกวัย 31 ปี เหลือสัญญาค้าแข้งในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด อีก 1 ปี แต่มีกระแสข่าวว่า เจ้าตัวอาจย้ายออกไปช่วงซัมเมอร์นี้เลย โดยมี เอฟเวอร์ตัน อดีตต้นสังกัด, สโมสรใน เมเจอร์ลีก ซอคเก้อร์ สหรัฐอเมริกา และ ทีมเศรษฐีจากศึก ซูเปอร์ลีก จีน ให้ความสนใจ

รายงานระบุว่า จากการที่ รูนี่ย์ ตกเป็นสำรองบ่อยครั้งในซีซั่นที่ผ่านมา ทำให้ มูรินโญ่ เตรียมแต่งตั้งกัปตันทีมคนใหม่ โดยมี ไมเคิ่ล คาร์ริค, อันเดร เอร์เรร่า และ ปอล ป็อกบา เป็นตัวเลือก

แหล่งข่าววงในเผยว่า “เวย์น อาจถูกริบปลอกแขนกัปตันทีมถ้าอยู่ต่อซีซั่นหน้า เขาจะหมดสัญญาปีหน้า โชเซ่ กำลังคิดถึงการมอบหมายหน้าที่รับผิดชอบนี้ให้กับนักเตะคนอื่น ซึ่งมีอยู่ 2-3 คนที่เข้าข่ายไม่ว่าจะเป็น ไมเคิ่ล ที่อยู่กับสโมสรมานาน รวมทั้ง ปอล ในการทำหน้าที่ผู้นำของทีม”

โทรต่างประเทศ ราคาประหยัด “เวย์น แทบไม่ได้ลงสนามเมื่อปีที่แล้ว และบรรยากาศในทีมก็รู้สึกว่า ถึงเวลาที่เขาต้องย้ายออกไปแล้วหลังรับใช้สโมสรอย่างยอดเยี่ยมมาตลอด มันจะเป็นปัญหาใหญ่ในห้องแต่งตัวว่า วาซซ่า (รูนี่ย์) จะเป็นกัปตันทีมในซีซั่นหน้าหรือไม่ถ้าเขาอยู่ต่อ”

“แน่นอนว่า เขาคือตำนานของสโมสรและยังมีความสัมพันธ์ที่ดีกับแข้งรุ่นน้อง แต่ทีมสตาฟฟ์เห็นนักเตะบางคนที่มีความเป็นผู้นำจากซีซั่นก่อนแล้วเช่นกัน”

For related content, please visit หมดอนาคต!มูเล็งปลดรูนจากกัปตันหากอยู่ผีต่อ.

แฉซีดานรับปากโละบีบีซีกล่อมเอ็มบั๊ปเป้ซบชุดขาว

เรอัล มาดริด คงอยากได้ คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ ดาวยิงอนาคตไกล โมนาโก ซัมเมอร์นี้ไม่น้อย หลังสื่อดังเผยว่า ซีเนอดีน ซีดาน กุนซือชาวฝรั่งเศส แอบนัดคุยกับกองหน้ารุ่นลูกร่วมชาติ พร้อมรับปากโละ คริสเตียโน่ โรนัลโด้, คาริม เบนเซม่า หรือ แกเร็ธ เบล ออกไป เพื่อเปิดทางให้ดาวโรจน์เนื้อหอมลงประจำการในแนวรุก

เลกิ๊ป สื่อดังของฝรั่งเศส รายงานเมื่อวันศุกร์ที่ 23 มิถุนายน ที่ผ่านมาว่า ซีเนอดีน ซีดาน เทรนเนอร์ เรอัล มาดริด รับปากกับ คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ ศูนย์หน้าดาวรุ่ง โมนาโก ระหว่างนัดคุยกันแบบลับๆ ว่า จะโละ คริสเตียโน่ โรนัลโด้, คาริม เบนเซม่า หรือ แกเร็ธ เบล คนใดคนหนึ่งออกไปช่วงซัมเมอร์นี้ เพื่อเปิดทางให้หัวหอกเลือดน้ำหอมเข้ามาแทนที่

“ราชันชุดขาว” หมายตาดาวยิงวัย 18 ปี เป็นเป้าหมายอันดับ 1 ในการดึงเข้าสู่ถิ่น ซานติอาโก้ เบร์นาเบว ซัมเมอร์นี้ โดยสื่อดังกล่าวอ้างว่า “ซิซู” รวมทั้ง ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ประธานสโมสร บอกกับ เอ็มบั๊ปเป้ ว่า จะขาย “บีบีซี” ออกไปคนหนึ่ง เพื่อเปิดทางให้เจ้าตัวย้ายลงประจำการแทน แถมยังรับประกันการลงสนามแบบต่อเนื่องในซีซั่นหน้าด้วย

โทรผ่านเน็ต เบล ตกเป็นข่าวเรื่องย้ายออกจาก “โลส บลังโกส” มาโดยตลอด โดยมี แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แสดงความสนใจมาพักใหญ่ ส่วน เบนเซม่า ทำผลงานในซีซั่นที่ผ่านมาไม่ดีเหมือนเก่าจนมีโอกาสถูกโละเช่นกัน ขณะที่ โรนัลโด้ ตกเป็นกระแสว่า อยากอำลา เรอัล มาดริด เนื่องจากไม่พอใจที่ถูกกรมสรรพากรสเปนกล่าวหาว่า เลี่ยงจ่ายภาษีก้อนโต

For related post, please visit แฟนปืนตื่นได้ วิ่งลากาแซตต์อีกรอบ.

MQDC ตอกย้ำกลเม็ดองค์กรด้าน Well-Being หนุนสุขภาพและคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ผ่านเทคโนโลยีและนวัตกรรมโดยเปิดตัวบ้านอัจฉริยะยุคใหม่ “Home Intelligent System”

MQDC ให้ความสำคัญต่อการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมให้สุขภาพ และความเป็นอยู่ของผู้อาศัย ดียิ่งขึ้นโดยเฉพาะเทคโนโลยีการพัฒนาคุณภาพอากาศภายในอาคารที่อาศัย หรือ Indoor Air Quality (IAQ) ซึ่งเป็นเรื่องที่สังคมมักมองข้าม ศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน (RISC) ของ MQDC ได้ค้นคว้าวิจัยและพัฒนาเพื่อส่งเสริมคุณภาพอากาศในอาคาร เพื่อผู้อาศัยในอาคารทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น คุณภาพอากาศในอาคารที่อาศัยและในอาคารสำนักงาน ซึ่งปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) เป็นปัจจัยหนึ่งในการประเมินคุณภาพอากาศภายในอาคาร และยังมีความสัมพันธ์กับการระบายอากาศ และการนำอากาศบริสุทธิ์เข้ามาในอาคาร ดังนั้นจะเห็นได้ว่าทุกๆ องค์ประกอบมีความเชื่อมโยงกัน และส่งผลต่อสุขภาพและประสิทธิภาพการทำงานของคนชูระบบ Health & Well-Being features ที่มี ERV หรือ ที่เรียกว่า Energy Recovery Ventilation ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการถ่ายเทหมุนเวียนอากาศที่ดีเข้ามาเพื่อเพิ่มอ๊อกซิเจนในที่อยู่อาศัย ที่จะนำมาใช้ในโครงการวิสซ์ดอม สเตชั่น รัชดา – ท่าพระ จะเป็นโครงการแรกของประเทศไทย และของ MQDC ที่นำระบบ Home Intelligent System มาประยุกต์ใช้เพื่อช่วยส่งเสริมคุณภาพอากาศภายในที่อยู่อาศัย ลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) และช่วยในการตระหนักถึงการใช้พลังงาน ทำให้ผู้อาศัยมีความสะดวกสบายและมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ควบคุมทุกอย่างเพียงแค่ปลายนิ้วสร้างความตระหนักรู้ หมดกังวลด้วยระบบ Energy Measurement Unit หรือ EMU ที่รายงานค่าการใช้พลังงานไฟฟ้า รายวัน รายเดือน และรายปี ให้รับรู้และสามารถกำหนดแผนการอสังหาริมทรัพย์ เพื่อการลงทุนค่าใช้จ่ายได้ด้วยตนเอง ผ่าน Smart Device ที่คุณมี

บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เจ้าของและผู้พัฒนาโครงการที่พักอาศัยและมิกซ์ยูสคุณภาพ แบรนด์แมกโนเลียส์ (Magnolias) และวิสซ์ดอม (Whizdom) เปิดตัวระบบการปฏิบัติการ FULLY- INTEGRATED HOME INTELLIGENT SYSTEM FOR WELL-BEING นวัตกรรมบ้านอัจฉริยะที่จะช่วยส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ ความสะดวกสบายของผู้อาศัยให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน เพื่อตอบโจทย์แบรนด์ดีเอ็นเอหรือแก่นแท้ของแบรนด์ที่ว่าด้วยเรื่อง ‘Sustainnovation’ อย่างเต็มรูปแบบ พร้อมเปิดตัวนวัตกรรม การบูรณาการ การวัดค่าคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ หรือ Co2 และ ERV หรือ Energy Recovery Ventilation ซึ่งเป็นระบบปรับคุณภาพอากาศในอาคารเป็นรายแรกของไทยเสริมระบบบ้านอัจริยะ (Home Intelligent System) ให้สมบูรณ์แบบในทุกมิติการเอาใจใส่ส่งเสริมให้ลูกบ้านผู้อาศัย ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น (Well-being) ในทุกด้าน คือหัวใจการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ของ MQDC ดังนั้นเราจึงมุ่งมั่นสร้างสรรค์นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่สามารถทำให้ “ชีวิต”ของผู้อยู่อาศัยสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น MQDC ยังพัฒนานวัตกรรมที่ให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพของผู้อาศัยอีกด้วย โดยเฉพาะคุณภาพอากาศภายในอาคาร (Indoor Air Quality – IAQ) ซึ่งนับเป็น “ภัยร้าย” ที่แฝงตัวอยู่ในชีวิตประจำวันของเราทุกคนผ่านการใช้ชีวิตในห้องปรับอากาศทั้งในเวลากลางวันกลางคืน ทั้งที่ทำงานและที่พักอาศัย MQDC จึงได้นำระบบ Home Intelligent System ที่เน้นการส่งเสริมด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นโดยผ่านการพัฒนาระบบคุณภาพอากาศภายในโดยใช้ ERV หรือ ที่เรียกว่า Energy Recovery Ventilation ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกนวัตกรรมที่เป็นไฮไลท์สำคัญของระบบบ้านอัจฉริยะ ซึ่งช่วยให้เกิดการถ่ายเท หมุนเวียนอากาศที่ดีเข้ามาในที่อาศัยเพื่อเพิ่มปริมาณอ็อกซิเจนในห้องปรับอากาศให้เหมาะสมกับปริมาณผู้ที่อยู่อาศัย

ดร.จิตพัต ฉอเรืองวิวัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน (The Research and Innovation for Sustainability Center– RISC) บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) เปิดเผยว่า ซึ่งจากงานวิจัยของหน่วยงานที่เรียกว่า International Centre for Indoor Environment and Energy, Department of Civil Engineering, Technical University of Denmark พบว่าการอยู่ในห้องปรับอากาศ เป็นเวลานานจะส่งผลเสียต่อสุขภาพทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เนื่องจากในห้องปรับอากาศนั้นจะมีปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่มาจากการหายใจออก การเผาผลาญของร่างกาย ของผู้อยู่อาศัยในห้องเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลต่อร่างกาย โดยส่งผลให้มีอาการเพลีย ง่วงนอน ปวดศรีษะ และเหนื่อยง่าย รวมถึงมีผลต่อการตัดสินใจ และประสิทธิภาพการทำงาน

ขณะที่ ระบบ ERV (Energy Recovery Ventilation) เป็นเทคโนโลยีที่เป็นไฮไลท์สำคัญของ Home Intelligent System โดยระบบ ERV จะทำงานสัมพันธ์กับระบบอื่นๆ ของระบบเทคโนโลยีบ้านอัจฉริยะ (Home Intelligent System) จะช่วยถ่ายเทให้ห้องที่เราอยู่มีอากาศที่มีคุณภาพที่ดีขึ้นและมีผลดีต่อสุขภาพ โดยระบบนี้จะตรวจวัดคุณภาพอากาศ (คาร์บอนไดอ๊อกไซด์ หรือ CO2) ภายในห้องนอนและห้องนั่งเล่นตลอดเวลา หากพบว่ามีปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หรือ CO2 มากกว่าที่กำหนดไว้ ระบบจะทำการเชื่อมโยงอัตโนมัติไปยังเครื่อง ERV เพื่อเติมอากาศจากด้านนอกเข้ามาภายในห้อง และนำอากาศในห้องออกสู่ภายนอกบ้าน/อาคาร จนสภาพอากาศมีปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ลดน้อยลงจนเหมาะกับการพักผ่อนที่มีคุณภาพ ปริมาณ CO2 และคุณภาพอากาศภายในอาคาร เป็นสิ่งสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพ เฉลี่ยแล้วคนใช้ชีวิตร้อยละ 90 ในการทำกิจกรรมอยู่ภายในอาคาร ดังนั้นหากอาคารมีการระบายอากาศที่ไม่เพียงพอจะทำให้สารระเหยหรือมลพิษในอากาศสะสมอยู่ภายในอาคารได้รวมทั้งปริมาณ CO2 ที่เกิดจากการหายใจเผาผลาญของร่างกายของผู้ใช้งานอาคาร ก็อาจสะสมจนมีปริมาณมากขึ้นจนกระทบต่อสุขภาพได้

“ทุกวันนี้เราอยู่ในห้องแอร์ปรับอากาศแทบจะตลอดเวลา ทั้งเวลาทำงาน ที่บ้าน ห้องนอน ซึ่งห้องปรับอากาศส่วนใหญ่จะไม่มีระบบอากาศหมุนเวียนจากภายนอกเข้ามา ทำให้เราหายใจเอาอากาศเก่าเข้า

ร่างกายตลอดเวลา ทำให้เรารับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ มากกว่าที่ควรจะเป็น ซึ่งในเบื้องต้น ร่างกายจะไม่แสดงอาการอะไรออกมา จนกว่าจะเกิดการสะสมในระยะยาว ซึ่งจะส่งผลให้เกิดโรคต่างๆ มากมายเช่นความจำเสื่อมของคนสูงอายุ หรือสมองพัฒนาล่าช้าสำหรับวัยเด็ก ฯลฯ” ดร.จิตพัต กล่าวและย้ำว่า หากใครที่ไม่มีระบบ ERV ก็สามารถเติมอ๊อกซิเจนเข้ามาในห้องนอนได้ ด้วยการแง้มประตู กระจก หรือเปิดเครื่องดูดอากาศในห้องนอนให้อากาศจากด้านนอกมีโอกาสไหลเวียนเข้ามาในห้องนอนเพื่อลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลดลง ทั้งนี้ระดับค่าคาร์บอนไดออกไซด์ที่เป็นระดับมาตรฐานที่จะมีผลกระทบน้อยต่อสุขภาพคือที่ระดับต่ำกว่า 1000 ppm (1 PPM =1 part per million หรือ 1 1 000 000 ส่วน) ระบบเทคโนโลยีบ้านอัจฉริยะ (Home Intelligent System) เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีนวัตกรรมที่ MQDC จะนำมาติดตั้งในโครงการ วิสซ์ดอม สเตชั่น รัชดา-ท่าพระ ที่จะเปิดในช่วงไตรมาส 3 ปี 2561 เป็นโครงการแรก ซึ่งถือเป็นโครงการแรกในประเทศไทย และของ MQDC ที่ติดตั้งระบบพัฒนาคุณภาพอากาศภายในอาคาร (Indoor Air Quality -IAQ)

ทั้งนี้ MQDC เห็นถึงความจำเป็นในการพัฒนาคุณภาพอากาศภายในอาคารโดยทั้งตัวอาคารและห้องพักในทุกโครงการของ MQDC ถูกออกแบบให้มีอากาศถ่ายเทได้ดี เพื่อให้ผู้อาศัยได้รับอากาศที่มีคุณภาพอย่างเต็มที่ ซึ่ง MQDC ถือเป็น ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ รายแรกเพียงรายเดียวที่ให้ความสำคัญในเรื่องการพัฒนาคุณภาพอากาศภายในอาคาร ตอกย้ำกลยุทธ์องค์กรด้าน Well-Being พัฒนาสุขภาพและคุณภาพชีวิตของผู้อาศัยให้ดีขึ้นในอย่างยั่งยืน

ทางด้าน คุณทรงพล พลรัฐ ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานเทคโนโลยีสารสนเทศ บริษัท ดีทีจีโอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (DTGO) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ MQDC กล่าวว่า เรายังมีอีกระบบที่น่าสนใจคือระบบ Energy Measurement Unit หรือ EMU ซึ่งเป็นระบบแสดงผลอัตโนมัติ ผ่าน Smart Devices ต่างๆ ที่รายงานค่าการใช้พลังงานไฟฟ้า รายวัน รายเดือน และรายปี อีกทั้งยังเปิดให้ท่านสามารถตั้งเป้าหมายการใช้พลังงานในแต่ละเดือนได้ด้วยว่า จะจำกัดการใช้พลังงานไว้ที่งบประมาณเท่าไร โดยระบบจะแจ้งเตือนและแสดงให้เห็นปริมาณการใช้พลังงานเพื่อกระตุ้นให้เกิดการตระหนัก การใช้พลังงานอย่างเหมาะสม และสนุกไปกับการประหยัดการใช้พลังงาน ที่เห็นผลลัพธ์ซึ่งจับต้องได้ในทุก ๆ วัน อีกด้วย

ทางด้านคุณพลณัฏฐ์ เฉลิมวรรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โอโบตรอนส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ซี่งเป็นพันธมิตรกับ MQDC ในการร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมรวมทั้งการออกแบบระบบเทคโนโลยีบ้านอัจฉริยะ Home Intelligent System เปิดเผยว่า บทบาทหน้าที่ของโอโบตรอนส์คือ การนำงานวิจัยที่คิดค้นได้จากศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน (The Research and for Innovation Sustainability Center – RISC) มาดำเนินต่อทำให้เป็นรูปธรรมจับต้องได้อย่างยั่งยืนต่อไป ซึ่งในอนาคตจะมีการพัฒนาและออกแบบระบบและนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและทำให้ผู้อาศัยมีความสะดวกสบายและมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นออกมาอีกมากมายอย่างแน่นอน

ท่านสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซด์ www.mqdc.com

For related content, please visit MQDC ตอกย้ำวิธีการองค์กรด้าน Well-Being ผลักดันสุขภาพและคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ผ่านเทคโนโลยีและนวัตกรรมโดยเปิดตัวบ้านอัจฉริยะยุคใหม่ “Home Intelligent System”.

ชาวต่างชาติยังเชื่อมั่นในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ประเทศไทย ทริลเลียน โกลบอล กลุ่มทุนสิงคโปร์ ทุ่มเงินกว่า 1,600 ล้านบาท ลงทุนโครงการ ดิ เอส อโศก และ ดิ เอส แอท สิงห์ คอมเพล็กซ์

ทริลเลียน โกลบอล บริษัทด้านการลงทุนอสังหาฯชั้นนำจากสิงคโปร์ ซึ่งมีพอร์ตการลงทุนในหลายประเทศทั่วโลก ทั้งในเอเชีย และยุโรป เชื่อมั่นในตลาดอสังหาฯไทย จับมือ บมจ. สิงห์ เอสเตท ลงทุนต่อเนื่องในโครงการคอนโดที่พัฒนาโดยสิงห์ เอสเตท รวมมูลค่ากว่า 1,600 ล้านบาท

นายวิลเลียม โลค กรรมการผู้จัดการ ทริลเลียน โกลบอล กล่าวว่า “เนื่องจากไทยมีความสามารถที่จะเป็นศูนย์กลางการลงทุนของภูมิภาคอาเซียน ในขณะที่ราคาอสังหาฯ ในประเทศไทยยังมีมูลค่าไม่สูงนักเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ เราจึงมองเห็นโอกาสการลงทุนในอสังหาฯในไทย ซึ่งน่าจะสร้างผลประโยชน์ที่ดีได้ในอนาคต ทริลเลียนฯ เริ่มเป็นพันธมิตรกับ บมจ. สิงห์ เอสเตท ด้วยการลงทุนซื้อห้องชุดในโครงการดิ เอส อโศก คอนโดมิเนียม (Big Lot) เป็นที่แรก ใช้เงินลงทุนมูลค่ากว่า 900 ล้านบาท และได้รับผลตอบรับดีมาก หลังจากที่บริษัทฯ ได้นำโครงการฯ ไปโรดโชว์ในหลายๆ ประเทศในแถบเอเชีย อาทิ จีน ฮ่องกง ไต้หวัน และสิงคโปร์

ล่าสุดเราจึงตัดสินใจลงทุนเพิ่มในโครงการ ดิ เอส แอท สิงห์ คอมเพล็กซ์ ลักชัวรี คอนโดมิเนียม โครงการใหม่ของ บมจ.สิงห์ เอสเตท มูลค่าทุนรวม 760 ล้านบาท ในเบื้องต้น โครงการดิ เอส แอท สิงห์ คอมเพล็กซ์ ได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนต่างชาติเช่นกัน เนื่องจากโครงการตั้งอยู่บนทำเลแยกอโศก-เพชรบุรี ซึ่งเป็นที่นิยมของชาวต่างชาติอยู่แล้ว และยังเป็นส่วนหนึ่งของสิงห์ คอมเพล็กซ์ แฟล็กชิป มิกซ์ ยูส ของสิงห์ เอสเตทอีกด้วย”

ด้านนายณัฐวุฒิ มัธยมจันทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการพัฒนาธุรกิจพักอาศัย บมจ. สิงห์ เอสเตท กล่าวเสริมว่า “การร่วมทำธุรกิจกับทางทริลเลียน โกลบอล ถือเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญของทางบริษัท ซึ่งเป็นอีกหนึ่งช่องทางการตลาดและการขายคอนโดของบริษัทฯ ในต่างประเทศ โดยมียอดการขายผ่านทางทริลเลียน ทั้งคอนโด ดิ เอส อโศก และ ดิ เอส แอท สิงห์ คอมเพล็กซ์ ทั้ง 2 โครงการ รวม 1,660 ล้านบาท ทั้งนี้จึงส่งผลให้คอนโด ดิ เอส แอท สิงห์ คอมเพล็กซ์ ทำยอดขายอสังหาริมทรัพย์ เพื่อการลงทุนได้เกินเป้าที่เราตั้งไว้ โดยปัจจุบัน มียอดจองรวมกว่า 80% มูลค่ากว่า 3,300 ล้านบาท ซี่งเป็นยอดจองจากต่างชาติมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท”

บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจด้านการพัฒนาอสังหาฯ โดยมุ่งเน้นการขยายธุรกิจและการลงทุนผ่านการซื้อที่ดินในพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงและการพัฒนาโครงการที่มีคุณภาพภายใต้แนวคิด “Best in Class” ควบคู่ไปกับการลงทุน หรือร่วมลงทุนในธุรกิจหรือทรัพย์สินที่มีศักยภาพการก้าวหน้าสูง โดยมีจุดหมายคือ การเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์โครงการที่เปี่ยมด้วยคุณภาพ ด้วยความประณีต เพื่อสร้างไลฟ์สไตล์ใหม่ ที่ครบถ้วนทั้งการพักอาศัย พักผ่อน ทำงาน และชอปปิ้ง รวมถึงสร้างการเติบโต และส่งมอบคุณค่าที่ยั่งยืนให้กับผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ซึ่งจากการขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้สิงห์ เอสเตทมีสินทรัพย์ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัทย่อย และกิจการร่วมค้า ทั้งภายในและภายนอกประเทศ ในธุรกิจหลัก 3 ส่วน คือ ธุรกิจอาคารสำนักงาน พื้นที่ค้าปลีก, ธุรกิจโรงแรม และธุรกิจที่พักอาศัย

The Lighthouse
อาคารสำนักงานซันทาวเวอร์ส
โครงการมิกซ์ยูส สิงห์ คอมเพล็กซ์
ธุรกิจที่พักอาศัย

คอนโดมีเนียม The ESSE Asoke
คอนโดมีเนียม The ESSE at Singha Complex
คอนโดมีเนียม บริเวณ ซ.สุขุมวิท 36
โครงการที่พักอาศัยระดับไฮเอนด์ Santiburi Residences
โครงการที่พักอาศัยภายใต้ชื่อ Nirvana
ธุรกิจโรงแรม

โรงแรม Santiburi Beach Resort & Spa, Samui
โรงแรม Phi Phi Island Village Beach Resort
กลุ่มโรงแรมในประเทศอังกฤษ 29 แห่ง

For related post, please visit ชาวต่างชาติยังเชื่อมั่นในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทย ทริลเลียน โกลบอล กลุ่มทุนสิงคโปร์ ทุ่มเงินกว่า 1,600 ล้านบาท ลงทุนโครงการ ดิ เอส อโศก และ ดิ เอส แอท สิงห์ คอมเพล็กซ์.