รับมือโลกมายา “น้ำตาล ชาลิตา” กับชีวิตที่มีตำแหน่งนางงามค้ำคอ

ที่ไปสร้างชื่อเสียงและประวัติศาสตร์บนเวที Miss Universe ที่ประเทศฟิลิปปินส์ด้วยตำแหน่ง Top 6 นำความภาคภูมิใจกลับสู่ประเทศไทยและคนไทยอย่างมากแต่ดูเหมือนว่าชีวิตหลัง “น้ำตาล ชาลิตา” มีตำแหน่งนางงาม Top 6 ค้ำคอเส้นทางบนโลกมายาของเธอก็ดูจะไม่ง่าเหมือนโรยกลีบกุหลาบ เธอกลายเป็นนางงามที่ต้องเจอมรสุมข่าวแบบรายวันจนถูกยกให้เป็น “นางงามสายดราม่า” โดยปริยาย

โลชั่นยอดฮิต จากเด็กสาวธรรมดาๆ ใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยและแบ่งเวลาไปหารายได้พิเศษเป็นเด็กเสิร์ฟ ขายกับข้าว ขายขนม รับจ้างทำความสะอาดบ้าน และอีกมากมายเพื่อหวังหารายได้แบ่งเบาภาระครอบครัวที่ไม่ได้มีต้นทุนชีวิตสบายเหมือนใครๆ แต่วันนี้เด็กสาวที่ชื่อ “น้ำตาล ชาลิตา ส่วนเสน่ห์” ชีวิตพลิกผันกลายมาเป็น Miss Universe Thailand 2016

“น้ำตาลรู้สึกได้ว่าเปลี่ยนไปมากๆ จากที่เป็นเด็กธรรมดาทั่วไป เป็นนักศึกษาที่ไปเรียนตามปกติ พอได้ตำแหน่งชีวิตมันก็เปลี่ยนไปมาก ตอนที่ได้ตำแหน่งก็รู้สึกว่าฉันเป็นมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์จริงๆ หรอรูปแบบชีวิตทำงานเปลี่ยน ซึ่งตัวน้ำตาลเองก็ทำงานมาตั้งแต่เด็กๆ แต่อาจจะไม่ใช่งานในวงการ”

“เราก็ได้มาเปรียบเทียบการทำงานแบบที่เราเคยทำกับงานวงการมันต่างกันอย่างไร ได้โอกาสทำงานมากขึ้นสำหรับงานในวงการ แรกๆ ยอมรับว่าไปไม่เป็นเพราะน้ำตาลก็ไม่รู้ว่าการทำงานในวงการมันต้องทำอย่างไรบ้าง มันก็ต้องใช้ระยะเวลาในการปรับตัวและการเรียนรู้อีกมาก”

นอกจากรูปแบบการทำงานที่เปลี่ยนไปแล้วสาวน้ำตาลยังบอกกับเราอีกว่า การได้มีโอกาสเข้าสู่วงการบันเทิงของเธอยังส่งผลในเรื่องความคิดด้วยเช่นกัน

“มันส่งผลให้น้ำตาลมีความคิดที่เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น และต้องโตขึ้นด้วย เรามาทำงานตรงนี้ก็ต้องมีคนรู้จักมากขึ้นถูกจับจ้องมากขึ้น เราก็ต้องทำตัวเป็นต้นแบบให้กับคนที่เขามองดูเรา เพราะเราได้โอกาสตรงนี้แล้ว เราก็ต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด อย่างเช่นตอนที่น้ำตาลได้ตำแหน่ง Miss Universe Thailand 2016 ฉะนั้นเราก็คือตัวแทนของประเทศไทย มีสายสะพายไทยแลนด์ที่ต้องรับผิดชอบ น้ำตาลก็ต้องทำหน้าที่ตัวแทนประเทศไทยให้ดีที่สุด”

เมื่อพูดถึงการไปเป็นตัวแทนประเทศไทยน้ำตาลมีระยะเวลาเพียงแค่ 4 เดือน กับการเตรียมตัวซึ่งจะว่าไปแล้วอาจจะน้อยไปด้วยซ้ำ แต่เธอก็สามารถพิสูจน์ตัวเองได้สำเร็จแม้จะเคยโดนกระแสโจมตีตอนได้ตำแหน่ง Miss Universe Thailand

“น้ำตาลก็ไม่รู้คนอื่นเขาทำอย่างไรแต่สำหรับตัวน้ำตาลคือไปเรียนทุกวัน จันทร์ถึงศุกร์ตอนเช้าเรียนภาษาอังกฤษ ตอนบ่ายก็เรียนการการพูดการเดินหลายๆ อย่างรวมกัน ตอนเย็นก็เข้าฟิตเนตคือสิ่งที่น้ำตาลทำตลอดสี่เดือน ส่วนเรื่องของอินเนอร์ก็ใช้การซึมซับจากการดูประกวดนางงาม แต่ละคนที่เขาเข้ารอบเขาทำอย่างไง ตัวน้ำตาลเองตอนแรกๆ”

“ก็ไม่ได้มีอินเนอร์อะไรมากแต่ก็ถูกสอนขึ้นมาว่า เวลาเดินบนเวทีทุกคนสวยเหมือนกันหมด ทุกคนเป็นที่หนึ่งของประเทศมาทั้งหมด พอมาอยู่รวมกันจะมีพลังที่ยิ่งใหญ่ ฉะนั้นเราจึงต้องสู้ เมื่อเราไปอยู่ตรงนั้นเราจะต้องคิดว่าเราต้องสวยที่สุดเราเป็นมิสยูนิเวิร์ส ฉันสวยๆ ทุกคนต้องมองฉัน และใช้สายตาในการสื่อสารมองมาที่ฉัน” (หัวเราะ)

ย้อนกลับไปในวันที่น้ำตาลเป็นตัวแทนประเทศไทยไปประกวดบนเวที Miss Universe ณ ประเทศฟิลิปปินส์ เธอเข้ารอบไปจนถึงรอบตอบคำถามโดยได้คำถามว่า “ผู้นำระดับโลกในอดีตที่คุณชื่นชอบเคารพใคร” ภาพในวันนั้นน้ำตาลตอบด้วยน้ำเสียงฉะฉาน “ผู้นำที่ชื่นชอบ คือ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ของไทย เพราะตั้งแต่เกิดมา จะเห็นว่าพระองค์ท่านทรงงานหนัก ไม่เคยบ่นแม้แต่น้อย และท่านก็เปรียบเสมือนพ่อของปวงชนชาวไทย” และเมื่อมีโอกาสให้ตอบอีกครั้งเธอตอบกับเราว่า

“น้ำตาลก็จะตอบเหมือนเดิมคือในหลวงในรัชกาลที่ 9 เพราะท่านเองเป็นเหมือนต้นแบบของคนไทย ท่านเปรียบเสมือนพ่อของคนไทยทุกคน มันเป็นอะไรที่อธิบายได้ยากมากสำหรับคนที่ไม่เคยได้สัมผัสสิ่งที่ท่านสอนสิ่งที่ท่านทำ แต่สำหรับคนไทยน้ำตาลเชื่อว่าทุกคนเข้าใจสิ่งที่น้ำตาลตอบออกไป เพราะทุกคนเข้าใจคำว่ามันเกินกับคำว่าอธิบายมันต้องใช้ความรู้สึกจริงๆ”

“น้ำตาลเชื่อนะคะว่าในหลวงรัชกาลที่ 9 ของเราทุกคนรู้จัก ณ เวลาตอนนั้นมันจึงเป็นไม่ได้ที่น้ำตาลจะตอบเป็นใครนอกจากท่านคนเดียวเท่านั้น เพราะเวลาที่น้ำตาลไปทำอะไรในฐานะตัวแทนของประเทศน้ำตาลจะคิดถึงท่านอยู่ในใจเสมอ จะบอกท่านเสมอวันนี้ลูกจะขอทำหน้าที่ของลูกให้ดีที่สุด”

“นางงามสายดราม่า” ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าตั้งแต่น้ำตาลทำหน้าที่ประกวดเวที Miss Universe เสร็จสิ้นเธอก็ได้เข้ามาโลดแล่นในวงการบันเทิงแบบเต็มตัว แต่สิ่งตามมาคือน้ำตาลเป็นนางงามที่ตกเป็นข่าวดราม่ารายวัน

“น้ำตาลภูมิใจในตัวเองมากๆ นะคะ แม้จะเจอเรื่องราวกดดันต่างๆ มากมายแต่น้ำตาลก็พิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นว่าน้ำตาลคนนี้แหละที่สามารถทำได้ ส่วนเรื่องดราม่าน้ำตาลก็เคยคิดนะว่าทำไมต้องเจอเรื่องราวต่างๆ อะไรมากมายทุกวัน แต่ก็เลือกคิดอีกแง่ยังดีที่ยังมีคนสนใจเราอยู่ และดราม่าต่างๆ ที่เกิดขึ้นน้ำตาลเองก็ไม่ได้เป็นคนทำให้เกิดขึ้น”

“พอมันมีเรื่องราวที่เกิดขึ้นมาที่ไม่ได้เกิดขึ้นจากตัวน้ำตาลก็คิดในแง่บวกไปว่าอย่างน้อยก็ยังมีคนสนใจเรา อย่าไปคิดแง่ลบทำไมฉันจะต้องเจออะไรแบบนี้ ฉันไม่ได้เป็นอย่างนั้นแล้วทำไมต้องเป็นอย่างนี้ บางข่าวที่เกิดขึ้นมาบางทีน้ำตาลยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันเกิดอะไรขึ้น และน้ำตาลก็ไม่ได้เป็นคนที่ไม่เก็บคำพูดใครมาคิดถ้ามันไม่ใช่เรื่องจริงเพราะเรารู้หน้าที่ของเรารู้ว่าเราทำอะไรอยู่ค่ะ”

เพราะการเลือกที่จะคิดบวกมากกว่าการคิดลบพร้อมกับรู้จักหน้าที่ตัวเองทำให้เรารู้ว่าภูมิวันนี้สาวน้ำตาลมีภูมิต้านทานที่แข็งแรงที่จะรับมือกับโลกมายาได้อย่างแน่นอน

เครดิตภาพ : IG @namtanlitaa

Read more content at รับมือโลกมายา “น้ำตาล ชาลิตา” กับชีวิตที่มีตำแหน่งนางงามค้ำคอ.